บทบรรณาธิการ


          เริ่มต้นฤดูเพาะปลูก ปี 2553 ด้วยสภาพน้ำต้นทุนทั้งตามธรรมชาติและน้ำในเขื่อนที่สำคัญที่น้อยมาก เนื่องจากฤดูแล้ง (ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2552 ต่อเนื่องถึงเมษายน 2553) ที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้นแห้งแล้งมาก จากสถานการณ์เอลนีโญ่ที่ทำให้ปริมาณน้ำฝนลดต่ำกว่าค่าปกติ และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ประกอบกับมีการใช้น้ำในฤดูแล้งจากการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2553 เพิ่มขึ้น จากนโยบายประกันรายได้ที่จูงใจ รวมทั้งฤดูฝนที่มาล่าช้ากว่าทุกปี
          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศให้ชาวนาเลื่อนการปลูกข้าวนาปีในรอบต้นฤดูฝนออกไปในจังหวัด ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ที่ใช้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิตต์ ซึ่งเหลือปริมาตรน้ำใช้การได้ ณ 1 พฤษภาคม2553 เพียงร้อยละ 7 และ 8 ของความจุปริมาตรน้ำในอ่างตามลำดับ โดยให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
          ในปี 2553 นี้ สินค้าเกษตรหลายชนิดผลผลิตลดลง เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องความแห้งแล้ง ความแปรปรวนของอากาศ และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้ไม้ยืนต้นทั้งปาล์มน้ำมัน ยางพารา และไม้ผล ที่สำคัญผลผลิตลดลงยกเว้นลองกอง นอกจากนี้การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าว และเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังก็ยังต้องเฝ้าระวัง จึงขอให้เกษตรกรให้ความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อให้การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้ผลดและในฉบับนี้ได้นำเสนอบทความเรื่องการบริหารจัดการเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown plant hopper, BPH) ท่านผู้อ่านสามารถรับข้อมูลผลการพยากรณ์ผ่านwww.oae.go.th ได้อีกช่องทางหนึ่งและหากมีข้อแนะนำกรุณาส่งมาที่ E-mail: cai-forecast@oae.go.th

 

 

 หากต้องการข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจการเกษตร สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โทรศัพท์ 0-2940-6641 E-mail address : prcai@oae.go.th หรือเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ www.oae.go.th